เรื่อง เจ้าพ่อละเลิงหวาย (สันธาเทวะเทพบุตร)

เพื่อสนทนาธรรม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อความเป็นกัลยาณมิตร กัลยาณธรรมที่ดีต่อกัน

เรื่อง เจ้าพ่อละเลิงหวาย (สันธาเทวะเทพบุตร)

Postโดย wiweksikkaram.hi5 » Tue Sep 14, 2010 10:28 pm

เรื่อง เจ้าพ่อละเลิงหวาย (สันธาเทวะเทพบุตร)

บึงละเลิงหวาย
บึงละเลิงหวายตั้งอยู่ที่อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ในอดีตเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชโองการ ให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ ๑) ยกกองทัพไปปราบเจ้าบุญสาร เจ้าเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว เมื่อยกกองทัพมาถึงบริเวณเหนือบึงละเลิงหวายในปัจจุบัน ได้หยุดตั้งทัพเพื่อรวบรวมไพร่พลเพิ่มเติมจากบริเวณเมืองโดยรอบ และขุดคูสร้างกำแพงฝึกไพร่พลก่อนที่จะไปตีเมืองเวียงจันทร์ จึงเกิดบึงขึ้น บริเวณบึงละเลิงหวาย มีศาลเจ้าพ่อละเลิงหวายตั้งอยู่ เป็นที่นับถือของชาวเมืองพล ต่อมาได้มีการสร้างศาลหลังใหม่ที่บริเวณใกล้ศาลเดิม และบริเวณโรงงิ้ว
เจ้าพ่อละเลิงหวายในอดีตชาติได้เกิดเป็นทหารดูแลในเขตเมืองพล ได้ให้ทานแก่คนทั่วไป เมื่อตายไปจึงได้เกิดเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ดูแลเขตเมืองพล
เจ้าพ่อสิงขรในอดีตชาติ ได้เกิดเป็นกษัตริย์ดูแลเมืองเกตุมวดีนคร (ปัจจุบันคือ บริเวณโนนแท่นพระ) ครั้นตายไปได้เกิดเป็นอำมาตย์ผู้ใหญ่ในท้าวเวสสุวัณ ปกครองบริเวณโนนแท่นพระ
ปฐมเหตุ
เนื่องจากงานงิ้วฉลองเจ้าพ่อละเลิงหวาย ตั้งแต่วันที่ ๒ – ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ ปีนี้มีการจัดงานใกล้บริเวณวัด มีเครื่องดื่มมึนเมา มีประเพณีการฆ่าสัตว์บูชาเจ้าพ่อ อีกทั้งได้ส่งเสียงมารบกวนวัด พระอาจารย์มีเมตตาไม่อยากให้เจ้าพ่อและชาวเมืองพลทำบาป จึงขอให้ละเลิกประเพณีเหล่านี้ แต่เจ้าพ่อไม่เข้าใจและไม่ยอม
สันนิษฐานเหตุไม่พอใจของเจ้าพ่อละเลิงหวาย
๑.เนื่องจากอานุภาพพระปัจเจกพุทธเจ้า แสดงพระอาทิตย์ทรงกลดคลุมพื้นที่บริเวณรอบเมืองพล ซึ่งเป็นเขตการปกครองของเจ้าพ่อละเลิงหวาย เจ้าพ่อจึงไม่พอใจ และพยายามทุกวิถีทางในการปองร้ายวัด
๒.บริเวณด้านหน้าของวัด มีเมืองของเทวดาอาจเป็นเหตุให้เจ้าพ่อมีความคิดว่าพระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมในวัดมีความต้องการช่วยเทวดาในวัดแสวงหาอำนาจ โดยจะยึดอำนาจจากเจ้าพ่อ และให้ทำตามคำสั่ง เจ้าพ่อจึงไม่พอใจ
๓.การที่พระอาจารย์ห้ามและชี้แจงเหตุผลในการฆ่าสัตว์ไหว้เจ้าพ่อ ซึ่งเจ้าพ่อไม่ชอบ
๔.เจ้าพ่อมีมิจฉาทิฏฐิ
การกระทำของเจ้าพ่อต่อวัดป่าวิเวกสิกขารามและชาวเมืองพล
๑.ใช้อานุภาพของตนทำร้ายพระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมในวัด
๒.ใช้อำนาจจิตดลใจ ให้มีเหตุจัดงานงิ้วฉลองเจ้าพ่อใกล้วัด และหันลำโพงมาทางวัด เพื่อก่อกวนให้พระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ลำบาก
๓.สอนมิจฉาทิฏฐิให้ชาวเมืองพล
เจ้าพ่อเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีอำนาจปกครองบริเวณเมืองพลและมีความเห็นผิดได้มีจิตคิดประทุษร้าย ด้วยความไม่ชอบใจ หาวิธีการมาทำร้ายวัดทุกวิถีทาง ใช้อาศัยอานุภาพของตน โดยให้มีการจัดงานงิ้วใกล้วัด หันลำโพงมาอยู่ใกล้วัด เพื่อขับไล่พระชีที่อยู่ในวัด และใช้คลื่นพลังจิตกระแทกพระภิกษุให้อาพาธและอื่นๆ
วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ พระอาจารย์ออกบิณฑบาตไปใกล้บริเวณศาลเจ้าพ่อละเลิงหวายที่โรงงิ้ว เจ้าพ่อก็หนีไปศาลอื่นๆ พอเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. พระอาจารย์จึงให้ออกตามหาเจ้าพ่อตามศาลต่างๆ เพื่อเจรจาขอให้เจ้าพ่อเลิกการฆ่าสัตว์และส่งเสียงดัง แต่ไม่พบเจ้าพ่อ
วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ พระอาจารย์ได้ไปเยือนที่โรงงิ้วอีก ขณะนั้นคณะกรรมการได้มีการเตรียมการแห่เจ้าพ่อชมเมือง เจ้าพ่อได้หนีไปอีก เมื่อพระอาจารย์กลับเจ้าพ่อก็กลับมาที่โรงงิ้ว และใช้คลื่นพลังจิตกระแทกมาที่วัด ช่วงสายได้เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด อานุภาพพระปัจเจกพุทธเจ้าได้ตีกลับ ทำให้เจ้าพ่อเสียกำลังมากเนื่องจากการโจมตีด้วยคลื่นจิต ถูกตีกลับด้วยอานุภาพพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ทรงเปล่งอานุภาพอยู่ คลื่นนั้นจึงย้อนกลับไปทำร้ายเจ้าพ่อทำให้หมดฤทธิ์ จึงได้หนีไปที่สวรรคชั้นจาตุมหาราชิกา พระอาจารย์ให้ออกตามหาเจ้าพ่อในงานเจ้าพ่อชมตลาดแห่มังกร แต่เจ้าพ่อให้ทหารชมตลาดแทนและเฝ้าศาลแทน พอถึงเวลา ๑๘.๐๐ น. เมื่อตามหาพบว่าเจ้าพ่อได้หนีไปอยู่ที่สวรรคชั้นจาตุมหาราชิกา ผู้เขียนจึงได้ไปที่งานแห่มังกรเพื่อรอเจ้าพ่อ แต่เจ้าพ่อไม่มา ต่อมาในเวลา ๑๙.๐๐ น. จึงไปอีกครั้งและคิดวิธีจับเจ้าพ่อออกมาได้ จึงติดต่อท้าวสักกะเทวราชขอให้ปิดสวรรค์ห้ามเจ้าพ่อขึ้น จึงหนีไปสวรรค์ไม่ได้อีก ต่อมาจึงใช้อานุภาพความว่างคลุมเมืองพลเอาไว้ และอธิษฐานห้ามเจ้าพ่อเข้าเมืองพล เจ้าพ่อได้แต่เดินวนไปเวียนมาอยู่นอกเมืองพลบริเวณป่าริมถนนมิตรภาพ หลังจากนั้นได้อธิษฐานเขาวงกตขังเจ้าพ่อไว้เพื่อทรมาน
เช้าวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ ก็ได้นำถุงพลาสติกเน่าทำเป็นพวงมาลัยไปคล้องคอเจ้าพ่อ ต่อจากนั้นก็ใช้ผงประทัดโรยหัวเจ้าพ่ออยู่ตลอดเวลา และได้อธิษฐานทำลายวิมานของเจ้าพ่อบริเวณโรงงิ้วด้วยไฟ และเตรียมเผาวิมานที่ละเลิงหวายต่อ แต่พระอาจารย์สั่งห้ามไม่ให้ทำเช่นนั้น จึงได้เอาพวงมาลัยออก ผงประทัดออก และอธิษฐานจิตให้ผ้าทิพย์ ๑ ผืน อธิษฐานสร้างทิพยวิมานให้เจ้าพ่อใหม่ ไม่เอาวิมานที่ละเลิงหวาย ต่อมาก็ได้ส่งข้าวส่งน้ำให้เจ้าพ่อกิน เจ้าพ่อดีขึ้นโดยลำดับ และก็ได้สร้างสระโบกขรณีให้เจ้าพ่อชั่วคราว เจ้าพ่อขอไปดูงานงิ้วคืนสุดท้าย ได้พาเจ้าพ่อไปดู แล้วชี้ให้เห็นถึงโทษของการจัดงาน ที่มีการดื่มสุราคนเมาเกิดทะเลาะกัน การส่งเสียงดังรบกวนการปฏิบัติธรรม การฆ่าสัตว์เบียดเบียนชีวิตเขา เจ้าพ่อยอมรับความผิดพลาด และยอมรับเงื่อนไข ๕ ข้อของพระอาจารย์คือ ๑. รับไตรสรณคมน์ ๒. ถือศีล ๓. เลิกดื้อ ๔. ไม่ฆ่าสัตว์ ๕. เลิกการหันลำโพงมาทางวัดและส่งเสียงดัง หลังจากนั้นตอนกลางคืน พระยาสิงขรเพื่อนเจ้าพ่อได้โจมตีเขาวงกตตลอดเวลาเพื่อช่วยเจ้าพ่อ แต่ไม่สำเร็จ สู้กันจนเลิกชั่วคราว
ต่อมาในเช้าวันรุ่งขึ้นที่ ๑๐ ธันวาคม เจ้าพ่อขอรับไตรสรณคมน์และขอรับศีล หลังจากรับไตรสรณคมน์รับศีลแล้ว ก็ได้สอนเจ้าพ่อทำสมาธิภาวนาเป็นเวลาหนึ่งวัน เวลา ๑๗.๐๐ น. จึงได้ปล่อยเจ้าพ่อเป็นอิสระ วันนี้เป็นวันพระ โดยปกติวันพระพระอาจารย์จะแสดงพระธรรมเทศนา เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น. เจ้าพ่อได้มาฟังพระธรรมเทศนา ได้บรรลุธรรมและจุติไปอุบัติขึ้นที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีนามว่า“สันธาเทวะเทพบุตร”
เมื่อสมัยพิเศษอานุภาพพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์มาแสดงธรรมโปรดเหล่าเทวดาทั้งกลางวันทั้งกลางคืน ที่สถานปฏิบัติธรรมป่าวิเวกสิกขาราม ระหว่างวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ - ๖ มกราคม ๒๕๕๓ (สิ้นสุดเวลา ๐๑.๑๖ น.แสดงยมกปาฏิหาริย์) สันธาเทวะเทพบุตรได้บรรลุธรรมขึ้นอีกขั้นหนึ่ง.
***************************
ขอพระสัทธรรมของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
จงเจริญในใจของสัตวโลกตลอดกาลนานเทอญ.
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เวลาทำสมาธิ

ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก

ให้รู้ลมหายใจเข้าออก

หายใจเข้าสั้นก็รู้

หายใจออกสั้นก็รู้

หายใจเข้ายาวก็รู้

หายใจออกยาวก็รู้

ไม่ต้องบังคับลมหายใจ

ตามรู้ลมหายใจเข้าออก

สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้

สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย

ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ

เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น

ทำอะไรก็ให้รู้เหตุปัจจัย

รู้ไม่ใช่เพื่อ ยินดี ยินร้าย รู้เพื่อให้ รู้เหตุปัจจัย

เหตุแห่งความเจริญ

เคารพ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

เคารพ สิกขา 3 ศีล สมาธิ ปัญญา

เคารพในความไม่ประมาท

เคารพในการปฎิสันฐาน

เคารพใน ศีล

เคารพใน สมาธิ

เคารพในกันและกัน

หลักตัดสิน ธรรมวินัย 8 ประการ

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด

เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้

เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส

เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย

เป็นไปเพื่อสันโดษ

เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ

เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร

เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย

ธรรมที่ควรเจริญ

สติ

สัมปัชชัญญะ

ศีล

สมาธิ

ปัญญา

วิมุตติ

วิมุตติญาณทัสสนะ

สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ

สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ

สัมมาวาจา พูดชอบ

สัมมาอาชีโว อาชีพชอบ

สัมมากัมมันโต การงานชอบ

สัมมาวายาโม ความเพียรชอบ

สัมมาสติ ระลึกชอบ

สัมมาสมาธิ ตั้งมั่นชอบ

สัมมาญาณะ ความรู้ชอบ

สัมมาวิมุตติ หลุดพ้นชอบ

สัมมาวิมุตติญาณทัสสนะ ความเห็นในการหลุดพ้นชอบ

สัมมาทิฏฐิ

คือ รู้ชัดซึ่ง เหตุแห่ง กุศล วิชชา เป็น เหตุ

รู้ชัดซึ่ง เหตุแห่ง อกุศล อวิชชา เป็น เหตุ

การบรรลุธรรมอาศัย สติ ปัญญา อุเบกขา เป็นมัทยัทธ์

รักษาสัจจะ เพิ่มพูลจาคะ ไม่ประมาทปัญญา ศึกษาสันติ

การปฎิบัติธรรม

คบสัตบุรุษ ฟังพระสัทธรรม อยู่ในประเทศเหมาะสม ตั้งสัจจะ เดินสัมมาทิฏฐิ เจริญความสงบ

ออกพิจารณาด้านปัญญา + พลังกุศล - บ่มอินทรีย์ นิพพิทา วิราคะ วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ

สติ - ศีล - สมาธิ - ปัญญา - วิมุตติ - วิมุตติญาณทัสสนะ

อัปปมาโณพุทโธ อานุภาพพระพุทธเจ้าไม่มีประมาณ

อัปปมาโณธัมโม อานุภาพพระธรรมไม่มีประมาณ

อัปปมาโณสังโฆ อานุภาพพระสงฆ์ไม่มีประมาณ

เรื่องของสมมติ อวิชชา ตัวตน ยึดตรงไหน หลงที่ไหน ผิดที่นั้น จุดต่อมแห่งภพชาติ

wiweksikkaram.hi5
 
จำนวนผู้ตอบ: 120
สมัครสมาชิก: Mon Mar 15, 2010 12:20 am
ที่อยู่: สุทธาวาสภูมิ

กลับไปหน้า ธรรมเพื่อชีวิต

ผู้ที่กำลัง online

ผู้ที่กำลังอ่าน forum นี้: สมาชิก ไม่มีสมาชิก และ ผู้เยี่ยมชม 1 คน