เรื่อง เจ้าพ่อละเลิงหวาย (สันธาเทวะเทพบุตร)
บึงละเลิงหวาย
บึงละเลิงหวายตั้งอยู่ที่อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ในอดีตเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชโองการ ให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ ๑) ยกกองทัพไปปราบเจ้าบุญสาร เจ้าเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว เมื่อยกกองทัพมาถึงบริเวณเหนือบึงละเลิงหวายในปัจจุบัน ได้หยุดตั้งทัพเพื่อรวบรวมไพร่พลเพิ่มเติมจากบริเวณเมืองโดยรอบ และขุดคูสร้างกำแพงฝึกไพร่พลก่อนที่จะไปตีเมืองเวียงจันทร์ จึงเกิดบึงขึ้น บริเวณบึงละเลิงหวาย มีศาลเจ้าพ่อละเลิงหวายตั้งอยู่ เป็นที่นับถือของชาวเมืองพล ต่อมาได้มีการสร้างศาลหลังใหม่ที่บริเวณใกล้ศาลเดิม และบริเวณโรงงิ้ว
เจ้าพ่อละเลิงหวายในอดีตชาติได้เกิดเป็นทหารดูแลในเขตเมืองพล ได้ให้ทานแก่คนทั่วไป เมื่อตายไปจึงได้เกิดเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ดูแลเขตเมืองพล
เจ้าพ่อสิงขรในอดีตชาติ ได้เกิดเป็นกษัตริย์ดูแลเมืองเกตุมวดีนคร (ปัจจุบันคือ บริเวณโนนแท่นพระ) ครั้นตายไปได้เกิดเป็นอำมาตย์ผู้ใหญ่ในท้าวเวสสุวัณ ปกครองบริเวณโนนแท่นพระ
ปฐมเหตุ
เนื่องจากงานงิ้วฉลองเจ้าพ่อละเลิงหวาย ตั้งแต่วันที่ ๒ – ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ ปีนี้มีการจัดงานใกล้บริเวณวัด มีเครื่องดื่มมึนเมา มีประเพณีการฆ่าสัตว์บูชาเจ้าพ่อ อีกทั้งได้ส่งเสียงมารบกวนวัด พระอาจารย์มีเมตตาไม่อยากให้เจ้าพ่อและชาวเมืองพลทำบาป จึงขอให้ละเลิกประเพณีเหล่านี้ แต่เจ้าพ่อไม่เข้าใจและไม่ยอม
สันนิษฐานเหตุไม่พอใจของเจ้าพ่อละเลิงหวาย
๑.เนื่องจากอานุภาพพระปัจเจกพุทธเจ้า แสดงพระอาทิตย์ทรงกลดคลุมพื้นที่บริเวณรอบเมืองพล ซึ่งเป็นเขตการปกครองของเจ้าพ่อละเลิงหวาย เจ้าพ่อจึงไม่พอใจ และพยายามทุกวิถีทางในการปองร้ายวัด
๒.บริเวณด้านหน้าของวัด มีเมืองของเทวดาอาจเป็นเหตุให้เจ้าพ่อมีความคิดว่าพระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมในวัดมีความต้องการช่วยเทวดาในวัดแสวงหาอำนาจ โดยจะยึดอำนาจจากเจ้าพ่อ และให้ทำตามคำสั่ง เจ้าพ่อจึงไม่พอใจ
๓.การที่พระอาจารย์ห้ามและชี้แจงเหตุผลในการฆ่าสัตว์ไหว้เจ้าพ่อ ซึ่งเจ้าพ่อไม่ชอบ
๔.เจ้าพ่อมีมิจฉาทิฏฐิ
การกระทำของเจ้าพ่อต่อวัดป่าวิเวกสิกขารามและชาวเมืองพล
๑.ใช้อานุภาพของตนทำร้ายพระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมในวัด
๒.ใช้อำนาจจิตดลใจ ให้มีเหตุจัดงานงิ้วฉลองเจ้าพ่อใกล้วัด และหันลำโพงมาทางวัด เพื่อก่อกวนให้พระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ลำบาก
๓.สอนมิจฉาทิฏฐิให้ชาวเมืองพล
เจ้าพ่อเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีอำนาจปกครองบริเวณเมืองพลและมีความเห็นผิดได้มีจิตคิดประทุษร้าย ด้วยความไม่ชอบใจ หาวิธีการมาทำร้ายวัดทุกวิถีทาง ใช้อาศัยอานุภาพของตน โดยให้มีการจัดงานงิ้วใกล้วัด หันลำโพงมาอยู่ใกล้วัด เพื่อขับไล่พระชีที่อยู่ในวัด และใช้คลื่นพลังจิตกระแทกพระภิกษุให้อาพาธและอื่นๆ
วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ พระอาจารย์ออกบิณฑบาตไปใกล้บริเวณศาลเจ้าพ่อละเลิงหวายที่โรงงิ้ว เจ้าพ่อก็หนีไปศาลอื่นๆ พอเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. พระอาจารย์จึงให้ออกตามหาเจ้าพ่อตามศาลต่างๆ เพื่อเจรจาขอให้เจ้าพ่อเลิกการฆ่าสัตว์และส่งเสียงดัง แต่ไม่พบเจ้าพ่อ
วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ พระอาจารย์ได้ไปเยือนที่โรงงิ้วอีก ขณะนั้นคณะกรรมการได้มีการเตรียมการแห่เจ้าพ่อชมเมือง เจ้าพ่อได้หนีไปอีก เมื่อพระอาจารย์กลับเจ้าพ่อก็กลับมาที่โรงงิ้ว และใช้คลื่นพลังจิตกระแทกมาที่วัด ช่วงสายได้เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด อานุภาพพระปัจเจกพุทธเจ้าได้ตีกลับ ทำให้เจ้าพ่อเสียกำลังมากเนื่องจากการโจมตีด้วยคลื่นจิต ถูกตีกลับด้วยอานุภาพพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ทรงเปล่งอานุภาพอยู่ คลื่นนั้นจึงย้อนกลับไปทำร้ายเจ้าพ่อทำให้หมดฤทธิ์ จึงได้หนีไปที่สวรรคชั้นจาตุมหาราชิกา พระอาจารย์ให้ออกตามหาเจ้าพ่อในงานเจ้าพ่อชมตลาดแห่มังกร แต่เจ้าพ่อให้ทหารชมตลาดแทนและเฝ้าศาลแทน พอถึงเวลา ๑๘.๐๐ น. เมื่อตามหาพบว่าเจ้าพ่อได้หนีไปอยู่ที่สวรรคชั้นจาตุมหาราชิกา ผู้เขียนจึงได้ไปที่งานแห่มังกรเพื่อรอเจ้าพ่อ แต่เจ้าพ่อไม่มา ต่อมาในเวลา ๑๙.๐๐ น. จึงไปอีกครั้งและคิดวิธีจับเจ้าพ่อออกมาได้ จึงติดต่อท้าวสักกะเทวราชขอให้ปิดสวรรค์ห้ามเจ้าพ่อขึ้น จึงหนีไปสวรรค์ไม่ได้อีก ต่อมาจึงใช้อานุภาพความว่างคลุมเมืองพลเอาไว้ และอธิษฐานห้ามเจ้าพ่อเข้าเมืองพล เจ้าพ่อได้แต่เดินวนไปเวียนมาอยู่นอกเมืองพลบริเวณป่าริมถนนมิตรภาพ หลังจากนั้นได้อธิษฐานเขาวงกตขังเจ้าพ่อไว้เพื่อทรมาน
เช้าวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ ก็ได้นำถุงพลาสติกเน่าทำเป็นพวงมาลัยไปคล้องคอเจ้าพ่อ ต่อจากนั้นก็ใช้ผงประทัดโรยหัวเจ้าพ่ออยู่ตลอดเวลา และได้อธิษฐานทำลายวิมานของเจ้าพ่อบริเวณโรงงิ้วด้วยไฟ และเตรียมเผาวิมานที่ละเลิงหวายต่อ แต่พระอาจารย์สั่งห้ามไม่ให้ทำเช่นนั้น จึงได้เอาพวงมาลัยออก ผงประทัดออก และอธิษฐานจิตให้ผ้าทิพย์ ๑ ผืน อธิษฐานสร้างทิพยวิมานให้เจ้าพ่อใหม่ ไม่เอาวิมานที่ละเลิงหวาย ต่อมาก็ได้ส่งข้าวส่งน้ำให้เจ้าพ่อกิน เจ้าพ่อดีขึ้นโดยลำดับ และก็ได้สร้างสระโบกขรณีให้เจ้าพ่อชั่วคราว เจ้าพ่อขอไปดูงานงิ้วคืนสุดท้าย ได้พาเจ้าพ่อไปดู แล้วชี้ให้เห็นถึงโทษของการจัดงาน ที่มีการดื่มสุราคนเมาเกิดทะเลาะกัน การส่งเสียงดังรบกวนการปฏิบัติธรรม การฆ่าสัตว์เบียดเบียนชีวิตเขา เจ้าพ่อยอมรับความผิดพลาด และยอมรับเงื่อนไข ๕ ข้อของพระอาจารย์คือ ๑. รับไตรสรณคมน์ ๒. ถือศีล ๓. เลิกดื้อ ๔. ไม่ฆ่าสัตว์ ๕. เลิกการหันลำโพงมาทางวัดและส่งเสียงดัง หลังจากนั้นตอนกลางคืน พระยาสิงขรเพื่อนเจ้าพ่อได้โจมตีเขาวงกตตลอดเวลาเพื่อช่วยเจ้าพ่อ แต่ไม่สำเร็จ สู้กันจนเลิกชั่วคราว
ต่อมาในเช้าวันรุ่งขึ้นที่ ๑๐ ธันวาคม เจ้าพ่อขอรับไตรสรณคมน์และขอรับศีล หลังจากรับไตรสรณคมน์รับศีลแล้ว ก็ได้สอนเจ้าพ่อทำสมาธิภาวนาเป็นเวลาหนึ่งวัน เวลา ๑๗.๐๐ น. จึงได้ปล่อยเจ้าพ่อเป็นอิสระ วันนี้เป็นวันพระ โดยปกติวันพระพระอาจารย์จะแสดงพระธรรมเทศนา เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น. เจ้าพ่อได้มาฟังพระธรรมเทศนา ได้บรรลุธรรมและจุติไปอุบัติขึ้นที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีนามว่า“สันธาเทวะเทพบุตร”
เมื่อสมัยพิเศษอานุภาพพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์มาแสดงธรรมโปรดเหล่าเทวดาทั้งกลางวันทั้งกลางคืน ที่สถานปฏิบัติธรรมป่าวิเวกสิกขาราม ระหว่างวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ - ๖ มกราคม ๒๕๕๓ (สิ้นสุดเวลา ๐๑.๑๖ น.แสดงยมกปาฏิหาริย์) สันธาเทวะเทพบุตรได้บรรลุธรรมขึ้นอีกขั้นหนึ่ง.
***************************
ขอพระสัทธรรมของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
จงเจริญในใจของสัตวโลกตลอดกาลนานเทอญ.
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
